การปลูกอินทผาลัม

การปลูกอินทผาลัม

"พันธุ์สยามS1 เกษตรรักษ์ดิน"
สามารถปลูกได้สูงสุด= 70ต้น/ไร่
ระยะปลูก 5*5 เมตร = 70ต้น/ไร่
ระยะปลูก 6*5 เมตร = 55ต้น/ไร่
ระยะปลูก 6*6 เมตร = 45ต้น/ไร่ 

ต้นกล้าพันธุ์สยามS1 มีอายุพันธุ์ 1ปี )



การปลูก อินทผลัม / อินทผาลัม

อินทผลัมจะใช้ระยะเวลาในการเพาะชำต้นกล้าไม่เท่ากัน แต่เมื่อปลูกแล้วจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี เป็นอย่างน้อยจึงเริ่มให้ผลผลิตได้(ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่เลือกด้วย) ในการเลือกพื้นที่ปลูกควรเป็นที่ดอน ไม่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ดินระบายน้ำได้ดี เป็นดินร่วนปนทรายดีที่สุด การย้ายต้นกล้ามาปลูกลงดินควรจะขุดหลุมให้มีขนาดเหมาะสมกับต้นกล้าอย่าให้หน่ออยู่ลึกเกินไป ควรปลูกเสมอหน้าดินเดิม หรือให้ดินกลบโคนต้นเพียงเล็กน้อย การลงปลูกใหม่ยังไม่ต้องให้ปุ๋ยเพียงใส่ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์รองก้นหลุมเพียงเล็กน้อย ส่วนที่เหลือดูแลให้น้ำทุกๆ 2-3 วันเมื่อต้นตั้งตัวได้แล้วประมาณ 1 เดือน จึงเริ่มให้ปุ๋ยคอกอีกครั้งใส่ต้นละน้อย ขนาดหลุมที่แนะนำคือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร ลึกประมาณ 80 เซนติเมตร (ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของดินด้วย หากมั่นใจในคุณภาพของดินสามารถขุดหลุมเพียง ผ่าศูนย์กลาง 50 ซม. ลึก 50 ซม. พอ หรืออีกในกรณีไม่มั่นใจในดินเลยให้ขุดหลุม ผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ลึก 1 เมตร) รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก แล้วนำดิน /ปุ๋ยคอกที่ผ่านการตากแดดแล้ว /ทราย หรือขี้เถ้าแกลบ /ปุ๋ยใบก้ามปู ในอัตราส่วนดังนี้

1. ดิน 2 ส่วน

2. ปุ๋ยคอก ½ ส่วน

3. ทราย หรือขี้เถ้าแกลบ (เลือกใช้ได้เลย) ½ ส่วน

4. ปุ๋ยใบก้ามปู 1 ส่วน

นำดินที่ผสมเสร็จแล้วกลบทับไปในหลุมจนเต็ม (ควรทิ้งไว้ระยะหนึ่งเพื่อเป็นการเสริมธาตุอาหารในดิน กรณีที่ดินมีสภาพเสื่อมโทรมมากๆ) จากนั้นให้ขุดหลุมให้มีขนาดเท่าภาชนะที่ใส่ต้นกล้า นำต้นกล้าออกจากภาชนะโดยการกรีดด้านข้างและส่วนล่างของกระบอก ดังภาพ

แล้ววางลงหลุม กลบดินกลับคืนให้แน่นแล้วรดน้ำให้ชุ่ม การขุดหลุมขนาดใหญ่และการเตรียมหลุมปลูกที่ดีจะทำให้ต้นอินทผลัมเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จริงๆแล้วการขุดหลุมขนาดใหญ่ดังกล่าวทำได้ยาก และใช้แรงงานมาก ดังนั้นหากจะขุดหลุมเพื่อปลูกอินทผลัมเป็นจำนวนมาก อาจจะประยุกต์ทำเครื่องเจาะดินต่อท้ายรถไถ ก็จะสามารถขุดหลุมขนาดใหญ่ดังกล่าวได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นแล้วแต่ความสะดวก สำหรับฤดูกาลที่เหมาะสมในการปลูกอินทผลัม คือ ช่วงต้นฤดูฝนแต่ถ้าสามารถติดตั้งระบบการให้น้ำในสวนได้และมีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดปี ก็สามารถจะปลูกอินทผลัมได้ทุกฤดูกาล ทั้งนี้ต้นกล้าที่ได้จากการเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาให้อนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำจนต้นโตและมีใบขนนกออกมา 3-4 ใบจึงจะทำให้มีอัตราการรอดสูงเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

การจัดระยะการปลูก เนื่องจากทางใบของต้นอินทผลัมขณะโตเต็มที่มีความยาวของใบประมาณ 4 เมตร เพื่อไม่ให้ใบทับซ้อนกันมากนัก ควรกำหนดระยะปลูกห่างกัน 8x8 เมตร เป็นอย่างน้อย เพราะเมื่อต้นอินทผลัมต้นสูงใหญ่ขึ้นยอดจะแบ่งน่านฟ้าเพื่อรับแสงแดด เพื่อป้องกันโรคที่ติดต่อกันทางใบ และยังสามารถให้ผลผลิตในปริมาณสูงอีกด้วย แต่สิ่งสำคัญในการปลูกจำเป็นต้องมีทั้งตัวผู้และตัวเมียในอัตราส่วน 1 ไร่ จำนวน 25 ต้น เป็นตัวเมีย 24 ต้นต่อตัวผู้ 1 ต้น(ตามทฤษฏีแล้วตัวผู้ 1 ต้นสามารถดูแลตัวเมียได้ถึง 30-50 ต้น แต่แนวทางปฏิบัติแล้วควรเป็นอย่างนี้ เนื่องจากการฝากความหวังในต้นตัวผู้มากเกินไปอาจส่งผลให้เกสรไม่เพียงพอต่อการผสมพันธุ์เกสร หรือบางกรณีคือตัวผู้ติดโรคแล้วตายก่อนที่จะให้ผลผลิตทำให้จำนวนตัวผู้ที่สวนมีจำนวนเกสรไม่เพียงพอ เพราะหากมีการทำปลูกอย่างเป็นธุรกิจเราจะมีการผสมเกสรตัวผู้ไปสู่ต้นตัวเมียเอง)

ในความเป็นจริง การปลูกอินทผลัมนั้นต้องมีความรู้ความเข้าใจ และประสบการณ์ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นพืชที่แยกเพศกันคนละต้นอย่างสิ้นเชิง สำหรับกลุ่มประเทศที่ปลูกเชิงการค้านิยมใช้การปลูกกับการขยายพันธุ์แบบแยกหน่อและการปลูกแบบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นพ่อต้นแม่พันธุ์ดีกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะจะได้ต้นตัวเมียหรือต้นตัวผู้พันธุ์ที่ดีและตรงตามสายพันธุ์แน่นอน จึงไม่นิยมการปลูกแบบเพาะเมล็ดมักปลูกกันในเชิงงานวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์มากกว่า แต่การปลูกแบบแยกหน่อ และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ยังต้องสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศ อีกทั้งอินทผลัมยังเป็นพืชใหม่ในประเทศไทย การทุ่มเททุนสูงขนาดนี้โดยที่ผู้ปลูกไม่มีความรู้ความเข้าใจในการปลูกเลยก็นับว่าเป็นความเสี่ยงที่สูงอยู่เหมือนกัน

ต้นกล้าอินทผลัมเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากสวนของเราทุกต้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ติดสอบถามได้ที่เบอร์โทร. 061-559-6651 คุณปิ๊ก

คลิกที่ภาพเพื่อขยาย




บทความจาก idatepalm

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น